5 ธ.ค.2549 รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา
กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย
ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาไทยและอเมริกันจำนวนหนึ่งได้จัดงานประท้วงรัฐประหาร หน้าตึก
วิลลาด สเตรท (ตึกกิจกรรมนักศึกษา) มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา
งานประท้วงเริ่มจัดตั้งแต่9.00 น. ประกอบไปด้วยโปสเตอร์,
สไลด์
และการนำเสนอเชิงสัญลักษณ์ในการประท้วงรัฐประหารและรัฐบาลทหาร
ก่อนการชุมนุมจะเริ่มขึ้นหนึ่งวัน
หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย
ได้พูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาในภาควิชาและทราบว่า
มีบุคคลเขียนอีเมล์มายังภาควิชาระบุว่าในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยคอร์แนลคนหนึ่งรู้สึกผิดหวังเป็นอย่าง มากที่ทางมหาวิทยาลัยคอร์แนล
อนุญาตให้มีการจัดการชุมนุมดังกล่าวขึ้น
โดยบุคคลดังกล่าวได้พยายามอธิบายถึงความชอบธรรมในการทำรัฐประหารที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดในประเทศ ไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม
อาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาและทางภาควิชาได้ชี้แจงกลับไปว่า
นักเรียนคอร์แนลทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการพูด
และอาจารย์ที่ปรึกษาได้ชี้แจงเพิ่มเติมด้วยว่า
ตนเองเป็นสปอนเซอร์ของกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทยในการจัดงานนี้
เพราะต้องการเห็นการแสดงออกทางความคิดทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ
พร้อมทั้งเชิญให้บุคคลดังกล่าวมาร่วมงานด้วย
หรือหากทางศิษย์เก่าคนดังกล่าวต้องการจะจัดงานประท้วงการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิป ไตยไทยก็พึงกระทำได้เช่นกันที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล
แต่ขอให้ดำเนินการผ่านระบบของมหาวิทยาลัยที่ตั้งไว้เหมือนกับนักศึกษาคนอื่นๆ
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่างานดังกล่าวได้รับความสนใจจากพนักงานคอร์แนล, อาจารย์
และนักศึกษาต่างชาติอื่นๆ มากพอสมควร แต่ไม่ได้รับความสนใจจากนักเรียนไทยที่นี่นัก
เห็นได้จากมีนักเรียนไทยจำนวนเล็กน้อยเยี่ยมชมงาน เมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียนไทย
ประมาณ 100 กว่าคนที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนลในปัจจุบัน
ทั้งนี้การประท้วงครั้งนี้เป็นการประท้วงเชิงวิชาการโดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอประวัติศาสตร์การพัฒนาการ ประชาธิปไตยในประเทศไทยตั้งแต่สมัยการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี
พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน
ตลอดจนถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยบนท้องถนนของประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
และเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ในรูปแบบของโปสเตอร์ และสไลด์
โดยกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย
ได้จัดทำสไลด์ ถ่ายทอดเรื่องวิวัฒนาการของประชาธิปไตย
และการต่อสู้ระหว่างประชาชนและเผด็จการทหาร ภายใต้หัวข้อเรื่อง ‘75 ของการเดินทาง:ประชาธิปไตยยังคงอยู่ไกลสุดเอื้อมของคนไทย’
โดยหยิบยกภาพเหตุการณ์การต่อสู้ระหว่าง
นิสิตนักศึกษาและรัฐบาลทหาร/เผด็จการ
เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516, เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519, พฤษภาทมิฬ 2535
และเหตุการณ์รัฐประหารครั้งล่าสุด ในเดือนกันยายน
นอกจากนี้
กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย
ได้เสนอการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ของการสูญเสียประชาธิปไตยครั้งล่าสุดด้วยต้นไม้แคระแกร็นและตาย แล้วในกระถางเก่าๆ
(ดูภาพประกอบ)
รายละเอียดโดยย่อเกี่ยวกับต้นประชาธิปไตยไทยที่ตายแล้วมีดังต่อไปนี้
ชื่อสามัญ -- ประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย
ชื่อวิทยาศาสตร์-- Siamese
democracineous
วงจรชีวิต --ไม่เคยโต (มีอายุยาวนานที่สุด
คือ 15 ปี ก่อนถูกฆ่าครั้งล่าสุด)
ศัตรูพืช -- รัฐประหาร,
อำนาจเผด็จการ
ยากำจัดศัตรูพืช -- เสียงของประชาชน
สิ่งแวดล้อมที่ชอบ -- สิทธิและเสรีภาพ
ปุ๋ย -- ความคิดเห็นที่เป็นประชาธิปไตย
ต้นประชาธิปไตยที่ตายแล้วนี้
ได้รับความสนใจจากชาวคอร์แนลเป็นอย่างมาก
ผู้เข้าชมงานประท้วงส่วนหนึ่งได้บริจาคความคิดเห็นด้านประชาธิปไตยของตน
โดยเขียนลงในแผ่นป้ายที่ทางกลุ่มได้จัดเตรียมไว้ให้ และแขวนไว้กับต้นประชาธิปไตย
(อ่านความคิดเห็นของผู้บริจาคได้จากภาพ)
ถัดจากต้นประชาธิปไตยที่ตายแล้ว
กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย
ได้จัดทำหุ่นจำลองของหัวหน้ารัฐประหารครั้งล่าสุด
และนำมาตั้งโชว์ไว้ให้ผู้คนผ่านไปมาได้เข้ามาทักทายเล่นตามอัทธาศัย
จากนั้นระหว่างเวลา
12.00-12.30 น. ตัวแทนจากกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย ได้อ่านแถลงการณ์
แสดงจุดยืนในการต่อต้านรัฐประหาร โดยย้ำว่า การทำรัฐประหารไม่ใช่
คำตอบของการแก้ไขความขัดแย้งทางด้านสังคมและการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทยได้เรียกร้องรัฐบาลทหารปัจจุบันที่มาจากการทำรัฐประหาร
จำนวน 3 ข้อ ได้แก่
- .ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกทันทีทั่วประเทศไทย
โดยไม่มีข้อเว้นในส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศ
และรัฐบาลต้องหยุดการเข้าตรวจสอบการทำงานของสื่อ การรวมตัว พบปะ และการชุมนุมต่างๆ
ของประชาชน
- คืนอำนาจทางการเมืองให้กับคนไทยโดยจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายใต้ระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง
โดยเร็วที่สุด
- หยุดแต่งตั้ง
สนับสนุนกลุ่มนายทหารและพวกพ้องเข้าไปควบคุมและบริหารงานในองค์กรของรัฐ
และรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ในขณะเดียวกันคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
ต้องหยุดแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลนี้ และยุติบทบาททางการเมืองของตน
โดยกลับไปทำงานในกรมกองของตนดังเดิม เหมือนข้าราชการปกติทั่วไป นอกจากนี้รัฐบาลทหารปัจจุบันต้องเพิกถอนค่าตอบแทนต่างๆ ที่มอบให้คณะสมช
ในรูปแบบของเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นๆ โดยทันที
ที่มา : ประชาไทย.com