2006/Dec/06

6 ธ.ค.2549 นายพลโวเรเก แฟรงค์ ไบนิมารามา ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งฟิจิแถลงข่าวในวันที่ 5 ธันวาคม ว่าตนได้ก่อรัฐประหารเข้าควบคุมรัฐบาล และปลดนายกรัฐมนตรีไลเซเนีย การาเซ ลงจากอำนาจแล้ว โดยให้เหตุผลว่าอดีตนายกฯ การาเซ เป็นผู้ทำลายรัฐธรรมนูญและเศรษฐกิจของชาติ

 

นายพลไบนิมารามาเคยกล่าวว่าตนจะโค่นล้มรัฐบาลของการาเซ ซึ่งชนะการเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยอ้างว่ารัฐบาลมีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวงและอ่อนข้อให้แก่พวกที่ก่อรัฐประหารครั้งหลังสุดเมื่อปี 2543 และเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 5 ธ.ค. 2549 นายพลไบนิรามาได้นำกำลังทหารเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลและควบคุมประเทศฟิจิได้สำเร็จ

 

ทั้งนี้ นายพลไบนิรามาได้ประกาศว่าตนจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไปจนถึงสัปดาห์หน้า จากนั้นจึงจะเสนอให้สภาสูงสุดแต่งตั้งอดีตประธานาธิบดี ราตู โจเซฟา อิโลอิโล กลับเข้าดำรงตำแหน่งตามเดิม จากนั้น ประธานาธิบดีอิโลอิโลจะแต่งตั้งรัฐบาลรักษาการเพื่อจัดเตรียมการเลือกตั้งครั้งใหม่ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น

 

การรัฐประหารครั้งแรกในฟิจิเกิดขึ้นในปี 2530 มีมูลเหตุจูงใจจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติ โดยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของฟิจิเกรงว่าจะสูญเสียอำนาจให้แก่ชาวฟิจิเชื้อสายอินเดียซึ่งเป็นผู้ควบคุมเศรษฐกิจของประเทศ

 

ทางด้านอดีตนายกรัฐมนตรี ไลเซเนีย การาเซ ที่โดนยึดอำนาจ ให้ความเห็นว่าการกระทำของทหารเป็นการขืนใจรัฐธรรมนูญและส่งผลเสียหายต่อการท่องเที่ยวของประเทศ

ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศเห็นว่านายพลไบนิมารามาอาจไม่พอใจที่รัฐบาลของการาเซเตรียมเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแก่กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติเมื่อปี 2543 ซึ่งนายพลไบนิรามาเกือบเสียชีวิตจากฝีมือกลุ่มผู้ชุมนุม และยังต้องการให้ยุติการสอบสวนข้อหาปลุกระดมผู้ชุมนุมที่อาจเชื่อมโยงมาถึงเขาในช่วงปฏิวัติปีเดียวกัน จึงยื่นคำขาดให้นายกฯ การาเซลาออก แต่ฝ่ายหลังขัดขืน ทหารจึงเข้ายึดอาวุธจากคลังแสงตำรวจทั้งหมด ก่อนทำรัฐประหารแบบไม่เสียเลือดเนื้อในวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม นายพลไบนิรามากล่าวว่าการยึดอำนาจจะไม่ใช่เรื่องถาวร และตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดใหม่จะนำฟิจิไปสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง พร้อมสมานช่องว่างทางเชื้อชาติซึ่งถ่างกว้างออกไปเรื่อยๆ ทว่า ผู้นำจากประเทศเพื่อนบ้านของฟิจิ อาทิ นิวซีแลนด์ ประกาศว่าไม่ขอส่งกำลังทหารเข้าแทกแซงในฟิจิเป็นอันขาด


ที่มา : ประชาไทย.com

2006/Dec/06



5 ธ.ค.2549 รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาไทยและอเมริกันจำนวนหนึ่งได้จัดงานประท้วงรัฐประหาร หน้าตึก วิลลาด สเตรท (ตึกกิจกรรมนักศึกษา) มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา งานประท้วงเริ่มจัดตั้งแต่9.00 น. ประกอบไปด้วยโปสเตอร์, สไลด์ และการนำเสนอเชิงสัญลักษณ์ในการประท้วงรัฐประหารและรัฐบาลทหาร

 

ก่อนการชุมนุมจะเริ่มขึ้นหนึ่งวัน หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย ได้พูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาในภาควิชาและทราบว่า มีบุคคลเขียนอีเมล์มายังภาควิชาระบุว่าในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยคอร์แนลคนหนึ่งรู้สึกผิดหวังเป็นอย่าง มากที่ทางมหาวิทยาลัยคอร์แนล อนุญาตให้มีการจัดการชุมนุมดังกล่าวขึ้น โดยบุคคลดังกล่าวได้พยายามอธิบายถึงความชอบธรรมในการทำรัฐประหารที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดในประเทศ ไทยด้วย


อย่างไรก็ตาม อาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาและทางภาควิชาได้ชี้แจงกลับไปว่า นักเรียนคอร์แนลทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการพูด และอาจารย์ที่ปรึกษาได้ชี้แจงเพิ่มเติมด้วยว่า ตนเองเป็นสปอนเซอร์ของกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทยในการจัดงานนี้ เพราะต้องการเห็นการแสดงออกทางความคิดทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ พร้อมทั้งเชิญให้บุคคลดังกล่าวมาร่วมงานด้วย หรือหากทางศิษย์เก่าคนดังกล่าวต้องการจะจัดงานประท้วงการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิป ไตยไทยก็พึงกระทำได้เช่นกันที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล แต่ขอให้ดำเนินการผ่านระบบของมหาวิทยาลัยที่ตั้งไว้เหมือนกับนักศึกษาคนอื่นๆ


รายงานข่าวแจ้งด้วยว่างานดังกล่าวได้รับความสนใจจากพนักงานคอร์แนล, อาจารย์ และนักศึกษาต่างชาติอื่นๆ มากพอสมควร แต่ไม่ได้รับความสนใจจากนักเรียนไทยที่นี่นัก เห็นได้จากมีนักเรียนไทยจำนวนเล็กน้อยเยี่ยมชมงาน เมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียนไทย ประมาณ 100 กว่าคนที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนลในปัจจุบัน

ทั้งนี้การประท้วงครั้งนี้เป็นการประท้วงเชิงวิชาการโดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอประวัติศาสตร์การพัฒนาการ ประชาธิปไตยในประเทศไทยตั้งแต่สมัยการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน ตลอดจนถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยบนท้องถนนของประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ในรูปแบบของโปสเตอร์ และสไลด์

โดยกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย ได้จัดทำสไลด์ ถ่ายทอดเรื่องวิวัฒนาการของประชาธิปไตย และการต่อสู้ระหว่างประชาชนและเผด็จการทหาร ภายใต้หัวข้อเรื่อง 75 ของการเดินทาง:ประชาธิปไตยยังคงอยู่ไกลสุดเอื้อมของคนไทย’ โดยหยิบยกภาพเหตุการณ์การต่อสู้ระหว่าง

นิสิตนักศึกษาและรัฐบาลทหาร/เผด็จการ เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516, เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519, พฤษภาทมิฬ 2535 และเหตุการณ์รัฐประหารครั้งล่าสุด ในเดือนกันยายน

นอกจากนี้ กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย ได้เสนอการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ของการสูญเสียประชาธิปไตยครั้งล่าสุดด้วยต้นไม้แคระแกร็นและตาย แล้วในกระถางเก่าๆ (ดูภาพประกอบ) รายละเอียดโดยย่อเกี่ยวกับต้นประชาธิปไตยไทยที่ตายแล้วมีดังต่อไปนี้

 

ชื่อสามัญ -- ประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์-- Siamese democracineous

วงจรชีวิต --ไม่เคยโต (มีอายุยาวนานที่สุด คือ 15 ปี ก่อนถูกฆ่าครั้งล่าสุด)

ศัตรูพืช  -- รัฐประหาร, อำนาจเผด็จการ

ยากำจัดศัตรูพืช -- เสียงของประชาชน

สิ่งแวดล้อมที่ชอบ -- สิทธิและเสรีภาพ

ปุ๋ย -- ความคิดเห็นที่เป็นประชาธิปไตย



ต้นประชาธิปไตยที่ตายแล้วนี้ ได้รับความสนใจจากชาวคอร์แนลเป็นอย่างมาก ผู้เข้าชมงานประท้วงส่วนหนึ่งได้บริจาคความคิดเห็นด้านประชาธิปไตยของตน โดยเขียนลงในแผ่นป้ายที่ทางกลุ่มได้จัดเตรียมไว้ให้ และแขวนไว้กับต้นประชาธิปไตย (อ่านความคิดเห็นของผู้บริจาคได้จากภาพ)

 

ถัดจากต้นประชาธิปไตยที่ตายแล้ว กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย ได้จัดทำหุ่นจำลองของหัวหน้ารัฐประหารครั้งล่าสุด และนำมาตั้งโชว์ไว้ให้ผู้คนผ่านไปมาได้เข้ามาทักทายเล่นตามอัทธาศัย


จากนั้นระหว่างเวลา 12.00-12.30 น. ตัวแทนจากกลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทย ได้อ่านแถลงการณ์ แสดงจุดยืนในการต่อต้านรัฐประหาร โดยย้ำว่า การทำรัฐประหารไม่ใช่ คำตอบของการแก้ไขความขัดแย้งทางด้านสังคมและการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย กลุ่มนักศึกษาคอร์แนลเพื่อประชาธิปไตยไทยได้เรียกร้องรัฐบาลทหารปัจจุบันที่มาจากการทำรัฐประหาร จำนวน 3 ข้อ ได้แก่

 

  1. .ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกทันทีทั่วประเทศไทย โดยไม่มีข้อเว้นในส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศ และรัฐบาลต้องหยุดการเข้าตรวจสอบการทำงานของสื่อ การรวมตัว พบปะ และการชุมนุมต่างๆ ของประชาชน
  2. คืนอำนาจทางการเมืองให้กับคนไทยโดยจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายใต้ระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเร็วที่สุด
  3.  หยุดแต่งตั้ง สนับสนุนกลุ่มนายทหารและพวกพ้องเข้าไปควบคุมและบริหารงานในองค์กรของรัฐ และรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ในขณะเดียวกันคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต้องหยุดแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลนี้ และยุติบทบาททางการเมืองของตน โดยกลับไปทำงานในกรมกองของตนดังเดิม เหมือนข้าราชการปกติทั่วไป นอกจากนี้รัฐบาลทหารปัจจุบันต้องเพิกถอนค่าตอบแทนต่างๆ ที่มอบให้คณะสมช ในรูปแบบของเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นๆ โดยทันที 








ที่มา : ประชาไทย.com

2006/Dec/06

ในการตจัดทำทำบล็อคในครั้งนี้ ขอทำความเข้าใจในที่นี้เป็นอันดับแรก

  1. เพื่อนำเสนอข่าวความเป็นไปของเวทีการเมืองไทยและต่างประเทศ
  2. เพื่อนำเสนอข่าวในอีกด้านหนึ่งของคนไทยและกลุ่มต่างๆทั้งนี้เพื่อ เป็นการกระจายแนวความคิดและมุมมองความคิดที่มีความแตกต่าง ไปบ้างกับข่าวทางสื่อในบัจจุบัน.
  3. มิได้นำเสนอข่าวไปในเชิงไม่สร้างสรรและสร้างความแตกแยก แต่ต้องการนำเสนอความคิดอีกด้านหนึ่งเท่านั้นและบางข่าวที่พวก เราไม่ได้ยินกันเท่านั้น
  4. ในด้านแหล่งข้อมูลผู้จัดทำบล็อคมิได้ค้นคว้าด้วยตนเองแต่ได้ข้อมูล ที่คิดว่าน่าสนใจมาจากเวปหลักคือ ประชาไทย.com ซึ่งสามารถไปอ่านได้กับทางเวปหลักได้ทันที
  5. .ผู้จัดทำไม่ได้ต้องการให้ที่นี่้เป็นที่ปะทะคารมด้านการเมืองแต่เราเน้น ไว้แล้วว่าเป็นแหล่งข่าวเพียงเท่านั้น

ส่วนตัวได้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข่าวในอีกมุมมองเท่านั้น ซึ่งเป็นสิทธิทางประชาธิปไตย (เมื่อก่อน) ที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นในเชิงต่างๆได้ในส่วนบุคคล